วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ตุ๊กตาเฟอร์บี้ furby สัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์สุดไฮเทค ใช้แอพฯ มือถือสั่งการได้



 






เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ childrenstech สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอมfurby.com
         เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ทั่วทั้งโลกต่างฮือฮากับตุ๊กตาหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า เฟอร์บี้ (Furby) เพราะเจ้าสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ชนิดนี้ นอกจากขยับตากับปากได้แล้ว มันยังสามารถเต้นได้อีกด้วย ซึ่งในระยะหลังแม้ข่าวคราวของเจ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้ดูจะเงียบหายบ้าง แต่ทางบริษัทผู้คิดค้นคงไม่ยอมปล่อยให้ผลงานชิ้นโบแดงนี้ตายไปจากตลาดของเล่นง่าย ๆ  ดังนั้นพวกเขาจึงทำการยกเครื่องเจ้าเฟอร์บี้ใหม่ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ก่อนที่จะไปดูข้อมูลของเจ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้ฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ทีมงานกระปุกดอทคอมจะพาทุกคนไปรู้จักกับความเป็นมาของเจ้าสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์ชนิดนี้กันก่อนนะคะ  
 
         บริษัท Hasbro ซึ่งเป็นบริษัทผลิตของเล่นรายใหญ่ที่ผลิตของเล่นนานาชนิดส่งขายทั่วโลกได้สร้างความฮือฮาให้กับตลาดของเล่น เมื่อมีการเปิดตัวสัตว์เลี้ยงหุ่นยนต์เสมือนจริง คือ เจ้าเฟอร์บี้รุ่นแรก ในปี 2541 ซึ่งมันมีรูปร่างหน้าตาเหมือนนกฮูก ผสมกับหนูแฮมสเตอร์ มีความสูงประมาณ 5 นิ้ว และมีปฏิกิริยาตอบสนองเหมือนสัตว์เลี้ยงจริง ๆ  และนับว่าการเปิดตัว เฟอร์บี้ ก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เมื่อสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในวงการของเล่นด้วยการเป็นของเล่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดถึง 40 ล้านตัวทั่วโลก 

 








         ทว่า ในยุคแรก ๆ ตุ๊กตาเฟอร์บี้จะพูดคุยด้วยภาษาเฟอร์บิช (furbish) ซึ่งเป็นภาษาเฉพาะของมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นบางส่วนรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวเป็นอุปสรรคในการสื่อสารกับเฟอร์บี้เป็นอย่างมาก และเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง กระแสความนิยมเจ้าตุ๊กตาเฟอร์บี้ก็ค่อย ๆ ลดลง ดังนั้น ทางบริษัท Hasbro จึงได้ทำการพัฒนา และปรับปรุงเจ้าเฟอร์บี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ทันสมัยสมัย และตอบสนองต่อผู้เล่นมากขึ้น 
 
         โดยจุดเด่นของตุ๊กตาเฟอร์บี้ในรุ่นใหม่นี้มีการเปลี่ยนจากดวงตาพลาสติก มาเป็นจอ LCD เรืองแสงได้ แต่ยังคงมีเปลือกตาที่เปิดปิดได้เหมือนรุ่นก่อน ขณะที่ขนาดตัวจะใหญ่กว่ารุ่นเก่าเล็กน้อย และมีการติดตั้งจุดเซ็นเซอร์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ เฟอร์บี้รุ่นใหม่ยังสามารถรับรู้ และเคลื่อนไหวได้มากกว่ารุ่นเก่า โดยที่ลำตัวตัวของมันจะปกคลุมด้วยขนนุ่ม ๆ มีหู และเท้า เป็นพลาสติก มีจะงอยปากที่เปิดปิดได้พร้อมกับลิ้นไว้รับรู้การป้อนอาหาร 

 








         สำหรับผู้ที่มีปัญหากับภาษาเฟอร์บิชในรุ่นเก่า ก็หมดกังวลกับเรื่องดังกล่าวไปได้เลย เพราะเฟอร์บี้รุ่นใหม่นี้จะมีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดฟรีใน iOS ซึ่งมีทั้งระบบแปลภาษา, ระบบควบคุม และมีระบบสำหรับให้อาหารเฟอร์บี้ด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แอพพลิเคชั่นใน iPhone หรือ iPad ผ่าน Furby app เพื่อสั่งงานเฟอร์บี้ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เฟอร์บี้รุ่นนี้ไม่มีสวิตช์สำหรับปิดเครื่องเหมือนเช่นเคยเพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ซึ่งถ้าเราปล่อยมันทิ้งไว้นาน ๆ เจ้าเฟอร์บี้ก็จะหลับไปเอง และเราก็สามารถปลุกมันได้ด้วยการลูบตัวตามปกติ 
 
         ทั้งนี้ เฟอร์บี้ถือเป็นของเล่นอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสำหรับผู้เล่นในทุกเพศทุกวัย รวมถึงผู้เล่นที่ต้องการเลี้ยงสัตว์เลี้ยง แต่อาจจะไม่มีเวลาดูแลสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ก็สามารถเลี้ยงเจ้าเฟอร์บี้ไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาได้ ซึ่งการกลับมาอีกครั้งของเฟอร์บี้รุ่นใหม่นี้ น่าจะถูกใจผู้ที่ชื่นชอบของเล่นที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันทันสมัย เพราะสามารถเล่นควบคู่ไปกับแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย สำหรับราคาขายในบ้านเรานั้นอยู่ที่ประมาณ 2,900 บาทไปจนถึง 4,000 บาท

วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

ประวัติและความเป็นมาของวันครู

วันครู ประวัติวันครู ความเป็นมาวันครู ความหมายวันครู การจัดงานวันครู คำปฏิญาณตนของครู


ความหมาย 
ครู หมายถึง ผู้อบรมสั่งสอน; ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ

ความเป็นมาของวันครู


วันครูได้จัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ สืบเนื่องมาจากการประกา..พระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ซึ่งระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการเรียกว่า คุรุสภาเป็นนิติบุคคลให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา โดยมีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ให้ความเห็นเรื่องนโยบายการศึกษา และวิชาการศึกษาทั่วไปแก่กระทรวงศึกษา ควบคุมจรรยาและวินัยของครู รักษาผลประโยชน์ ส่งเสริมฐานะของครู จัดสวัสดิการให้ครูและครอบครัวได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ส่งเสริมความรู้และความสามัคคีของครู ด้วยเหตุนี้ในทุก ๆ ปี คุรุสภาจะจัดให้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนครูจากทั่วประเทศแถลงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา และซักถามปัญหาข้อข้องใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา โดยมีคณะกรรมการอำนวยการคุรุสภาเป็นผู้ตอบข้อสงสัย สถานที่ในการประชุมสมัยนั้นใช้หอประชุมสามัคคยาจารย์ หอประชุมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในระยะหลังใช้หอประชุมคุรุสภา ปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ในที่ประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศว่า“ที่อยากเสนอในตอนนี้ก็คือว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่ง สำหรับให้บันดาลูกศิษย์ทั้งหลาย ได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่าสำหรับคนทั่วไปถ้าถึงวันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ ทำทาน คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลองปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง” จากแนวความคิดนี้ กอปรกับความคิดเห็นของครูที่แสดงออกทางสื่อมวลชนและอื่น ๆ ที่ล้วนเรียกร้องให้มีวันครู เพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงความสำคัญของครู ในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก ในปีเดียวกันที่ประชุมคุรุสภาสามัญประจำปีจึงได้พิจารณาเรื่องนี้ และมีมติเห็นควรให้มีวันครูเพื่อเสนอคณะกรรมการอำนวยการต่อไป โดยได้เสนอหลักการว่า เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างครูกันประชาชน ในที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ ให้วันที่ ๑๖ มกราคมของทุกปีเป็น “วันครู” โดยเอาวันที่ประกา..พระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นวันครูและให้กระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้นักเรียนและครูหยุดในวันดังกล่าวได้

การจัดงานวันครู

การจัดงานวันครูได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ ในส่วนกลางใช้สถานที่ของกรีฑาสถานแห่งชาติเป็นที่จัดงาน งานวันครูนี้ได้กำหนดเป็นหลักการให้มีอนุสรณ์งานวันครูไว้แก่อนุชนรุ่นหลังทุกปี อนุสรณ์ที่สำคัญคือ หนังสือประวัติครู หนังสือที่ระลึกวันครู และสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุ
การจัดงานวันครูได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกิจกรรม ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมตลอดเวลา ในปัจจุบันได้จัดรูปแบบการจัดงานวันครู จะมีกิจกรรม ๓ ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. กิจกรรมทางศาสนา
2. พิธีรำลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ ประกอบด้วยพิธีปฏิญาณตน การกล่าวคำระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์
3. กิจกรรมเพื่อความสามัคคีระหว่างผู้ประกอบอาชีพครู ส่วนมากเป็นการแข่งขันกีฬาหรือการจัดงานรื่นเริงในตอนเย็น
ปัจจุบันการจัดงานวันครู ได้มีการกำหนดให้จัดพร้อมกันทั่งประเทศ สำหรับในส่วนกลางจัดที่หอประชุมคุรุสภาโดยมีคณะกรรมการจัดงานวันครู ซึ่งมีปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ประกอบด้วยบุคคลหลายอาชีพร่วมกันเป็นผู้จัด สำหรับส่วนภูมิภาคมอบให้จังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ โดยตั้งคณะกรรมการจัดงานวันครูขึ้นเช่นเดียวกับส่วนกลางจะจัดรวมกันที่จังหวัดหรือแต่ละอำเภอก็ได้
รูปแบบการจัดงานในส่วนกลาง (หอประชุมคุรุสภา) พิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภา คณะกรรมการอำนวยการคุรุสภา คณะกรรมการจัดงานวันครู พร้อมด้วยครูอาจารย์และประชาชนร่วมกันใส่บาตรพระสงฆ์ จำนวน ๑,๐๐๐ รูป หลังจากนั้นทุกคนที่มาร่วมงานจะเข้าร่วมพิธีในหอประชุมคุรุสภา นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในงาน ดนตรีบรรเลงเพลงมหาฤกษ์ นายกรัฐมนตรีบูชาพระรัตนตรัย ประธานสงฆ์ให้ศีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เสร็จแล้วพิธีบูชาบูรพาจารย์โดยครูอาวุโสนอกประจำการจะเป็นผู้กล่าวนำพิธีสวดคำฉันท์รำลึกถึงประคุณบูรพาจารย์


มารยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีของครู

1. เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
2. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น
3. ตั้งใจสั่งสอนศิษย์และปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ อุทิศเวลาของตน ให้แก่ศิษย์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานไม่ได้
4. รักษาชื่อเสียงของตนมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใด ๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียงของครู
5. ถือปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา
6. ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำผลงานทางวิชาการของตนไปใช้ในทางทุจริตหรือเป็นภัยต่อมนุษย์ชาติ
7. ให้เกียรติแก่ผู้อื่นทางวิชาการ โดยไม่นำผลงานของผู้ใดมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน และไม่เบียดบังใช้แรงงานหรือนำผลงานของผู้อื่นไป เพื่อประโยชน์ส่วนตน
8. ประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเที่ยงธรรมไม่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ
9. สุภาพเรียบร้อยประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ รักษาความลับของศิษย์ ของผู้ร่วมงานและของสถานศึกษา
10. รักษาความสามัคคีระหว่างครูและช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน

ดอกไม้วันครู คือ "ดอกกล้วยไม้"

คำปฏิญาณตนของครู
ข้อ 1. ข้าจะบำเพ็ญตนให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นครู
ข้อ 2. ข้อจะตั้งใจฝึกสอนศิษย์ให้เป็นพลเมืองดีของชาติ
ข้อ 3. ข้าจะรักษาชื่อเสียงของคณะครูและบำเพ็ญตนให้เป็น

บทสวดเคารพครูอาจารย์
(สวดนำ) ปาเจราจริยา โหนติ (รับพร้อมกัน) คุณุตฺตรานุสาสกา

ปญญาวุฑฺฒิกเร เต เต ทินฺโนวาเท นมามิหํ

ข้าขอประณตน้อมสักการ บุรพคณาจารย์

ผู้ก่อประโยชน์ศึกษา

ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา

แก่ข้าในกาลปัจจุบัน

ข้าขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์

ด้วยใจนิยมบูชา

ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา

ปัญญาให้เกิดแตกฉาน

ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน

อยู่ในศีลธรรมอันดี

ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี

แก่ชาติและประเทศไทย เทอญฯ

คาถา ปาเจราจริยา โหนฺติ คุณุตฺตรานุสาสกา (วสันตดิลกฉันท์)
ข้าขอประนมกระพุ่ม
อภิวาทนาการ
กราบคุณอดุลคุรุประทาน
หิตเทิดทวีสรร
สิ่งสมอุดมคติประพฤติ
นรยึดประครองธรรม์
ครูชี้วิถีทุษอนันต์
อนุสาสน์ประภาษสอน
ให้เรืองและเปรื่องปริวิชาน
นะตระการสถาพร
ท่านแจ้งแสดงนิติบวร
ดนุยลยุบลสาร
โอบเอื้อและเจือคุณวิจิตร
ทะนุศิษย์นิรันดร์กาล
ไปเปื่อก็เพื่อดรุณชาญ
ลุฉลาดประสาทสรรพ์
บาปบุญก็สุนทรแถลง
ธุระแจงประจักษ์ครัน
เพื่อศิษย์สฤษฎ์คตจรัล
มนเทิดผดุงธรรม
ปวงข้าประดานิกรศิษ
(ษ) ยะคิดระลึกคำ
ด้วยสัตย์สะพัดกมลนำ
อนุสรณ์เผดียงคุณ
โปรดอวยพรสุพิธพรอเนก
อดิเรกเพราะแรงบุญ
ส่งเสริมเฉลิมพหุลสุน-
ทรศิษย์เสมอเทอญฯ


ขอขอบคุณเว็บไซต์ : http://www.baanmaha.com/community/thread8471.html

ประวัติวันเด็ก


ประวัติวันเด็กแห่งชาติ วันเด็กแห่งชาติ 2556
"วันเด็กแห่งชาติ" เป็นวันสำคัญในประเทศไทย ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 12 มกราคม 2556 มีการให้คำขวัญวันเด็กทุกปี โดยนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งในขณะนั้น สำหรับปี 2556 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ให้คำขวัญวันเด็กปี 2556 ไว้ว่า "รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ เพิ่มพูนปัญญา นำพาไทยสู่อาเซียน "
วันเด็ก

งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์แรกของเดือน ต.ค. พ.ศ.2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อ สวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ
รัฐบาลจัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือน ตุลาคม ถึงปี พ.ศ.2506 และในปี พ.ศ.2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เริ่มจัดอีกครั้งในปี 2508 โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่สอง ของเดือนม.ค. เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ จนถึงทุกวันนี้
คำขวัญวันเด็กเป็นคำขวัญที่นายกรัฐมนตรีมอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติของทุกปี โดย คำขวัญวันเด็กมีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2499 ในสมัยที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า "จงบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและส่วนรวม"
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2502 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้คุณค่าความสำคัญของเด็ก จึงมอบคำขวัญให้เป็นข้อคติเตือนใจสำหรับเด็กปีละ 1 คำขวัญ (ก่อนถึงวันเด็กแห่งชาติ) นายกรัฐมนตรีสมัยต่อมาจึงได้ถือเป็นธรรมเนียมสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

อาหารป้องกันโรคหวัด


กระเทียม


         อาหาร 5 ชนิดที่อาจให้ผลในการช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันหรือลดความรุนแรงของหวัด มีดังนี้

         1. อาหารรสเผ็ดรวมทั้งเครื่องเทศ เช่น กระเทียม พริก ลดอาการคัดจมูก ช่วยให้หายใจโล่งขึ้น

         2. กระเทียม ช่วยลดอาการหวัด จะเติมลงในอาหารหรือเคี้ยวสดๆ วันละ 1-2 กลีบก็ได้

         3. ดื่มน้ำมากๆ แทนที่จะดื่มกาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อาจดื่มน้ำผลไม้คั้นสดบ้างเพื่อเสริมวิตามินซี เครื่องดื่มร้อนที่ช่วยได้ เช่น ชา น้ำมะนาวอุ่นๆ จะช่วยลดเสมหะได้

         4. ซุปไก่ร้อนๆ ช่วยลดอาการคัดจมูก อาจเติมผักหลายๆ สี เพื่อเพิ่มสารแอนติออกซิแดนต์ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ซุปไก่ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเคี่ยวนานๆ จนโปรตีนย่อยสลายเป็นไดเปปไทด์ อาจช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสดชื่น และยังให้โปรตีนที่ดีต่อร่างกายด้วย

         5. สารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

ชุมชนลับแล เมืองวิถีพุทธ ในอ้อมกอดของขุนเขา ตอนที่ 1 ประเพณี ค้างบูยา


 ท่ามกลางพายุฝนที่พัดมาในเดือน กันยายน  รถของเราวิ่งขึ้นสู่เส้นทางภาคเหนือของประเทศ    จุดหมายปลายทางของเรา อยู่ที่ จ. อุตรดิตถ์  เรามาที่นี่เพื่อมาดูประเพณีเก่าแก่ของชาวล้านนา  ซึ่งเชื่อว่าหลงเหลืออยู่ที่นี่เพียงแห่งเดียว  ประเพณีนี้มีชื่อว่า “ ค้างบูยา “
                เลยจาก จ. อุตรดิตถ์มาราวเกือบ 10 กม.  เราก็จะพบป้ายประตูทาง เข้า เมืองลับแล  เมืองที่ผู้คนอาจจะได้รับรู้จากนิยายปรัมปรามาแตกต่างมากมายหลายด้าน  แต่ภาพที่เราเห็นในความรู้สึกแรก  เมืองลับแลเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีผู้คนไม่มากนัก  และยังคงสภาพดั้งเดิมไว้อย่างดี  สภาพบ้านไม้ที่เป็นที่อยู่อาศัยยังพอมองเห็นได้ทั่วไป   
                เราผ่านออกมาจากนอกตัวเมืองลับแล  ไปทางถนนลาดยางสองเลนแคบๆ  ผ่านเนินเล็กๆ มากมาย  ไม่นานเราก็มาถึงยัง “ ม่อนลับแล “ 
                       เราได้พบกับหญิงสาวชาวลับแล  คุณกัญญาวีร์  ศิริกาญจนารักษ์    ผู้ซึ่งเป็นผู้นำหญิงแกร่ง ที่พลิกฟื้นรากวัฒนธรรมของชุมชนขึ้นมาใหม่  เราได้พูดคุยกับเธอในเบื้องต้น   เพื่อได้ทราบถึงประวัติบางส่วนของ ลับแล 
                   ชุมชนลับแล  เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 1000 ปี  ตั้งแต่ยุคอาณาจักร ล้านนา   แต่ผู้คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยได้รับรู้เรื่องราวของเมืองนี้มากนัก  อาจจะเป็นเพราะสภาพทางกายภาพที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขา  ทำให้อาจจะไม่ค่อยมีผู้คนแวะเวียนเข้ามามากนักในอดีต  แต่ก็ทำให้เกิดข้อดีคือ  ที่นี่จะมีความคงอยู่ของวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่ค่อนข้างมาก   ผู้คนที่นี่เป็นการผสมผสานของหลากหลายเชื้อชาติ  พวกเขา  การแต่งกาย  วัฒนธรรม และมีภาษาพูดและเขียนของตัวเอง  และเพิ่งจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาเป็นบทเรียนในกับอนุชนรุ่นถัดมา  ในไม่กี่ปีนี้เอง 
               กลับมาคุยเรื่อง  ประเพณีบุญ  ค้างบูยา  ( ค้างหมายถึง กิ่ง ก้าน ต้นไม้  บูยา คือ มวนยา )  เป็นพิธีกรรมการทำบุญให้กับบรรพบุรุษ  โดยจะจัดให้มีพิธี ค้างบูยา ในทุกวันพระ ตลอดเดือนของการเข้าพรรษา  ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละวัดในละแวกบ้าน   ชาวบ้านในแต่ละหมู่  จะจัดเตรียม ค้างบูยา ของตน   ในคืนก่อนวันมีพิธี  1 คืน  คืนนี้เราจึงมาดูการทำ ค้างบูยา ของชาวบ้านกันค่ะ
                   ค้างบูยา  เดิมอาจใช้เป็นกิ่งไม้  แล้วนำเอาสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆที่ชาวบ้านบริจาคมา  มาห้อยแขวน คล้ายๆ ต้นกฐิน ทางภาคกลาง  แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนรูปแบบไปบ้าง  เป็นการทำค้างบูยา สูง  มีก้านไม้สำหรับจับถือด้านล่าง  วางผลไม้ต่างๆ  ประดับด้วยมวนยา  บางครั้งก็ใช้หลอดกาแฟตัดขนาดเท่ามวนยาทดแทน  ประดับประดาด้วยของใช้ต่างๆ  และมีใบเป็นธนบัตร  ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาค  จัดประดับอย่างสวยงาม


                  ชาวบ้านมาร่วมกันทำ และบริจาคเพื่อประดับตกแต่ง ค้างบูยา  โดยความศรัทธา  ในวันนี้ เรามาดูการทำค้างบูยา กันที่บ้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ผู้ใหญ่สวัสดิ์  ถายา
 

            ชะลอมเล็กๆ เขามีไว้ทำอะไรกันน่ะ   ฉันคิดในใจ  แล้วคุณป้าก็อธิบายว่าเขาใส่อะไรลงไปในชะลอมบ้างค่ะ   มีทั้งขนม ข้าว น้ำ ข้าวเหนียว กับข้าว เกลือ น้ำ  หมากพลู  และผลไม้ต่างๆ  ประดับด้วยดอกไม้ ธูปปักบนชะลอมค่ะ
              พอตอนเช้าประมาณ 3 โมงเช้า ชาวบ้านจะมารวมตัวกันที่บ้านผู้ใหญ่  ต่างคนก็จะชะลอมของตัวเอง ใส่กระจาด ไม้คาน มาหาบเป็นขบวนเข้าวัดโดยพร้อมเพรียงกันค่ะ
ในขบวนก็จะมีกลองยาวนำหน้าขบวน  มีคนมาร้องรำทำเพลงเป็นที่สนุกสนาน  แล้วก็ ค้างบูยา  ขบวนหาบกระจาด 

                             พอถึงวัด ก็จะมีการทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว การฟังเทศน์ สวดมนต์ อุทิศส่วนกุศล

วันที่เราไปบันทึกภาพ  เราไป 2 วัดด้วยกัน คือ วัดดอยมูล และวัดปทุมคงคา  ซึ่งที่วัดปทุมคงคา  จะมีวัดที่มาร่วมกันในปีนี้ 13 วัด  ค้างบูยา ก็จะถูกถวายวัดต่างๆ โดยการจับฉลากว่าจะได้ของหมู่บ้านไหน  หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไปในแต่ละวัด

ชุมชนลับแล ได้มีการจัดประเพณี ค้างบูยา เป็นประจำทุกปีตามปฎิทินทางจันทรคติ   สำหรับในปีนี้ ตรงกับวันต่างๆ ดังนี้ค่ะ
  ขึ้น  8 ค่ำเดือน 9           วันที่ 25 สิงหาคม
ขึ้น  15 ค่ำเดือน 9          วันที่ 1 กันยายน
แรม    8 ค่ำเดือน 9           วันที่ 9  กันยายน
แรม  15  ค่ำเดือน 9          วันที่ 15 กันยายน
ขึ้น  8   ค่ำเดือน 10          วันที่ 23 กันยายน
ขึ้น  15 ค่ำเดือน 10         วันที่ 30 กันยายน
แรม    8 ค่ำเดือน 10          วันที่ 8 ตุลาคม
สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะไปชมประเพณี "ค้างบูยา "  ที่คงเหลืออยู่เพียงชุมชนลับแล ที่เดียวในประเทศไทย  ไปเป็นหมู่คณะ ร่วมทำบุญประเพณี ค้างบูยา กับชาวบ้านลับแล  ติดต่อไปที่
คุณรัศ เสือน้อย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  089-8398094

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

การประกวดธิดาชาวสวน 55 ชุด 3 รอบตัดสิน

การประกวดธิดาชาวสวน 55 ชุด 3 รอบตัดสิน 

DSC_0141.jpg (212.54 KB)
DSC_0141.jpg
DSC_0143.jpg (143.62 KB)
DSC_0143.jpg
DSC_0146.jpg (213.47 KB)
DSC_0146.jpg
DSC_0150.jpg (151.31 KB)
DSC_0150.jpg
DSC_0155.jpg (153.11 KB)
DSC_0155.jpg
DSC_0157.jpg (79.15 KB)
DSC_0157.jpg
DSC_0161.jpg (196.99 KB)
DSC_0161.jpg
DSC_0170.jpg (187.39 KB)
DSC_0170.jpg
DSC_0183.jpg (227.91 KB)
DSC_0183.jpg
DSC_0184.jpg (244.64 KB)
DSC_0184.jpg
DSC_0185.jpg (218.83 KB)
DSC_0185.jpg
DSC_0186.jpg (109.99 KB)
DSC_0186.jpg
DSC_0187.jpg (103.93 KB)
DSC_0187.jpg
DSC_0189.jpg (248.03 KB)
DSC_0189.jpg
DSC_0191.jpg (205.09 KB)
DSC_0191.jpg
DSC_0192.jpg (233.49 KB)
DSC_0192.jpg
DSC_0193.jpg (250.59 KB)
DSC_0193.jpg
DSC_0194.jpg (246.62 KB)
DSC_0194.jpg
DSC_0197.jpg (227.98 KB)
DSC_0197.jpg
DSC_0200.jpg (246.02 KB)
DSC_0200.jpg
DSC_0203.jpg (240.9 KB)
DSC_0203.jpg
DSC_0207.jpg (211.66 KB)
DSC_0207.jpg
DSC_0215.jpg (236.51 KB)
DSC_0215.jpg
DSC_0222.jpg (119.49 KB)
DSC_0222.jpg
DSC_0230.jpg (246.96 KB)
DSC_0230.jpg
DSC_0235.jpg (217.25 KB)
DSC_0235.jpg
DSC_0237.jpg (189.41 KB)
DSC_0237.jpg
DSC_0239.jpg (184.74 KB)
DSC_0239.jpg
DSC_0269.jpg (93.75 KB)
DSC_0269.jpg
DSC_0270.jpg (85.22 KB)
DSC_0270.jpg
DSC_0271.jpg (83.44 KB)
DSC_0271.jpg
DSC_0273.jpg (84.8 KB)
DSC_0273.jpg
DSC_0275.jpg (96.22 KB)
DSC_0275.jpg
DSC_0277.jpg (91.51 KB)
DSC_0277.jpg